กรมการท่องเที่ยวเร่งฟื้นฟูตลาดต่างชาติ ดึงกำลังซื้อปลายปี

25 ตุลาคม 2025 — กรมการท่องเที่ยว แถลงมาตรการเร่งฟื้นฟูตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อดึงกำลังซื้อและพยุงเศรษฐกิจช่วงปลายปี โดยคุณจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดในการแถลงข่าวที่สนามศุภชลาศัย (สนามกีฬาแห่งชาติ) ต่อสื่อมวลชนและผู้ประกอบการท่องเที่ยวท้องถิ่น

ในการแถลงครั้งนี้ กรมการท่องเที่ยวระบุว่ามาตรการเร่งด่วนจะประกอบด้วย 1) แคมเปญส่งเสริมตลาดต่างชาติร่วมกับสายการบินและแพลตฟอร์มจองที่พักเพื่อเปิดตลาดเชิงรุก 2) สนับสนุนแพ็กเกจท่องเที่ยวเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวรองกับจุดหมายหลัก และ 3) มาตรการด้านมาตรฐานและการรับรองที่พักแบบโฮมสเตย์เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

คุณจาตุรนต์กล่าวว่า “เป้าหมายระยะสั้นคือการเพิ่มอัตราการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาสสุดท้าย โดยการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเชิงรุก การจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับตัวแทนจำหน่ายต่างประเทศ และการให้ความช่วยเหลือด้านมาตรฐานโฮมสเตย์ที่เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญของชุมชน”

มาตรการเด่นที่ประกาศมีทั้ง

  • โปรโมชันร่วมกับสายการบินและผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นการเดินทางจากตลาดสำคัญ
  • งบสนับสนุนและหลักสูตรฝึกอบรมให้กับผู้ประกอบการแหล่งท่องเที่ยวรอง เพื่อยกระดับการบริการและการจัดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
  • การออกมาตรฐาน “มาตรฐานโฮมสเตย์ไทย” พร้อมระบบรับรอง (certification) และชุดแนวทางปฏิบัติที่แนะนำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตาม
  • การทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและผู้จัดการสนามกีฬา/พื้นที่จัดกิจกรรมเพื่อใช้พื้นที่จัดมหกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและงานแสดงสินค้าการท่องเที่ยว
  • โครงการนำร่องส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวรอง 10 จังหวัดในไตรมาสหน้า โดยมีเป้าหมายเชื่อมโยงการเดินทางจากกรุงเทพฯและสนามบินนานาชาติ

ในด้านตัวเลข กรมฯ ตั้งเป้าว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เพิ่มขึ้นร้อยละ 8–12 ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเน้นตลาดจากอาเซียน ยุโรป และกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกลที่มีแนวโน้มการใช้จ่ายสูง

บทบาทของกรมการท่องเที่ยวในการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวรอง

กรมการท่องเที่ยวอธิบายบทบาทเชิงปฏิบัติว่าเป็นทั้งผู้กำหนดนโยบาย ผู้ประสานงาน และผู้ให้การสนับสนุนทรัพยากร โดยมีกิจกรรมสำคัญได้แก่

  • การสำรวจและจัดอันดับแหล่งท่องเที่ยวรองที่มีศักยภาพเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ชุมชน
  • การจัดโปรแกรมอบรมด้านการตลาดดิจิทัล การบริหารจัดการการท่องเที่ยว และการบริการลูกค้าให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่น
  • สนับสนุนงบประมาณนำร่องเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และจุดบริการนักท่องเที่ยวขนาดเล็ก
  • ส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชนในการออกแพ็กเกจเชื่อมโยงระหว่างแหล่งท่องเที่ยวหลักและรอง
  • นำกิจกรรมและงานเทศกาลท้องถิ่นขึ้นสู่แพลตฟอร์มการโปรโมตในต่างประเทศ

โฮมสเตย์ ต้องมีมาตรฐานอะไร

กรมการท่องเที่ยวได้แนะนำหลักเกณฑ์เบื้องต้นสำหรับ “โฮมสเตย์” ที่ต้องปฏิบัติเพื่อผ่านการรับรองมาตรฐานโฮมสเตย์ไทย ซึ่งสรุปได้ดังนี้

  • การจดทะเบียนและการขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานท้องถิ่น/กรมการท่องเที่ยว
  • ความปลอดภัยของที่พัก เช่น ทางหนีไฟ ระบบไฟฟ้า สุขภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน และแผนการตอบสนองฉุกเฉิน
  • ความสะอาดและสุขอนามัย: ห้องพักและส่วนรวมได้รับการทำความสะอาดตามเกณฑ์ที่กำหนด
  • การฝึกอบรมผู้ให้บริการด้านการต้อนรับ พื้นฐานภาษาอังกฤษ/ภาษาต่างประเทศที่จำเป็น และความรู้ด้านวัฒนธรรมท้องถิ่น
  • ข้อมูลองค์ประกอบการท่องเที่ยว เช่น รายชื่อสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง การคมนาคม และบริการเสริม
  • การรักษามารยาททางวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถิ่น
  • การประกันภัยความรับผิดชอบต่อผู้เข้าพัก (เมื่อเป็นไปได้) และนโยบายการคืนเงิน/ยกเลิกที่ชัดเจน

กรมการท่องเที่ยวเปิดรับสมัครผู้ประกอบการที่สนใจรับการประเมินและเข้าร่วมโครงการรับรอง โดยจะเริ่มรอบนำร่องใน 3 จังหวัดที่มีชุมชนโฮมสเตย์หนาแน่นในเดือนพฤศจิกายน

ประเด็นที่ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวควรทราบเพิ่มเติมคือ กรมการท่องเที่ยวจะเร่งทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การอนุญาตและการรับรองเป็นไปอย่างรวดเร็วแต่ยังคงมาตรฐานและความปลอดภัย

แหล่งข่าวจากกรมการท่องเที่ยวระบุว่าแผนการดำเนินงานทั้งหมดจะติดตามผลอย่างใกล้ชิด และจะมีการรายงานผลระยะสั้นทุก 30 วันเพื่อปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์การเดินทางระหว่างประเทศ ในขณะที่ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและสมัครเข้าร่วมโปรแกรมได้ผ่านเว็บไซต์ของกรมการท่องเที่ยวและสำนักงานท่องเที่ยวจังหวัด